การฉ้อฉลประกันภัยคืออะไร? ทำไมคุณควรรู้!
การฉ้อฉลประกันภัย (Insurance Fraud) คือการกระทำใดๆ ที่มีเจตนาทุจริตเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์จากการประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเกินจริง การแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือการสร้างสถานการณ์เพื่อหวังผลประโยชน์จากกรมธรรม์ โดยมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงบริษัทประกันภัยให้จ่ายเงิน หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งกรมธรรม์ด้วยเงื่อนไขที่ไม่ถูกต้อง การกระทำเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายแก่บริษัทประกันภัยเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้เอาประกันภัยรายอื่นๆ และระบบประกันภัยโดยรวมอีกด้วย
พฤติกรรมฉ้อฉลประกันภัยมีอะไรบ้าง? รู้ทัน ป้องกันภัย!
พฤติกรรมการฉ้อฉลประกันภัยมีหลายรูปแบบและสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้เอาประกันภัยเอง ตัวแทน/นายหน้า หรือแม้แต่บุคคลภายนอกที่ร่วมกระทำผิด ดังนี้
1. การฉ้อฉลโดยผู้เอาประกันภัย (Policyholder Fraud)
- แจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ: การให้ข้อมูลสุขภาพ การทำงาน หรือข้อเท็จจริงอื่นๆ ที่สำคัญไม่ตรงตามความเป็นจริงขณะทำประกันภัย เพื่อให้ได้รับการอนุมัติกรมธรรม์ หรือจ่ายเบี้ยประกันภัยในอัตราที่ต่ำลง
- จัดฉากเหตุการณ์: การสร้างสถานการณ์อุบัติเหตุ ปลอมแปลงเอกสาร หรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินโดยเจตนา เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
- เรียกร้องค่าสินไหมเกินจริง: การแจ้งความเสียหายเกินกว่าที่เกิดขึ้นจริง หรือแจ้งรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับความเสียหาย เพื่อให้ได้เงินชดเชยจำนวนมากขึ้น
- ซ้ำเติมความเสียหาย: หลังเกิดเหตุการณ์เล็กน้อย กลับทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น หรือเพิ่มความเสียหายอื่นๆ เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมที่สูงขึ้น
- การเปลี่ยนสภาพซากรถ: กรณีรถยนต์เสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) แต่ผู้เอาประกันภัยพยายามนำซากไปซ่อมและนำกลับมาขับขี่ เพื่อจะเรียกร้องค่าสินไหมซ้ำอีก หรือไม่ส่งมอบซากตามเงื่อนไข
2. การฉ้อฉลโดยตัวแทน/นายหน้าประกันภัย (Agent/Broker Fraud)
- ยักยอกเบี้ยประกันภัย: ตัวแทนหรือนายหน้ารับเบี้ยประกันจากผู้เอาประกันภัยแล้วแต่ไม่นำส่งบริษัทประกันภัย หรือนำส่งเพียงบางส่วน
- ปลอมแปลงเอกสาร: การปลอมแปลงลายมือชื่อผู้เอาประกันภัย หรือแก้ไขเอกสารการขอเอาประกันภัย/การเรียกร้องค่าสินไหม โดยไม่ได้รับอนุญาต
- ขายกรมธรรม์ปลอม: หลอกขายกรมธรรม์ที่ไม่มีอยู่จริง หรือกรมธรรม์ที่ไม่มีผลบังคับใช้
- ให้ข้อมูลที่บิดเบือน: ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพื่อจูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ
3. การฉ้อฉลโดยบุคคลภายนอก (Third-Party Fraud)
- สมรู้ร่วมคิดกับอู่ซ่อมรถ/โรงพยาบาล: อู่ซ่อมรถหรือโรงพยาบาลเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกินจริง หรือแจ้งรายการซ่อม/การรักษาพยาบาลที่ไม่จำเป็น โดยสมรู้ร่วมคิดกับผู้เอาประกันภัย หรือฉ้อฉลบริษัทประกันโดยตรง
- กลุ่มมิจฉาชีพจัดฉาก: กลุ่มบุคคลที่มีเจตนาจัดฉากอุบัติเหตุ หรือสร้างสถานการณ์ความเสียหายต่างๆ เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมจากบริษัทประกันภัยหลายๆ แห่ง
ผลกระทบจากการฉ้อฉลประกันภัย
การฉ้อฉลประกันภัยส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อหลายภาคส่วน:
- ต่อผู้เอาประกันภัยที่ซื่อสัตย์: ทำให้ต้องแบกรับภาระเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้น เพราะบริษัทประกันต้องนำต้นทุนที่เกิดจากการฉ้อฉลไปรวมในการคำนวณเบี้ย
- ต่อบริษัทประกันภัย: เกิดความเสียหายทางการเงิน สูญเสียความน่าเชื่อถือ และอาจส่งผลต่อความมั่นคงของธุรกิจ
- ต่อสังคมโดยรวม: สร้างค่านิยมที่ไม่ซื่อสัตย์ ทำให้ระบบประกันภัยซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงขาดประสิทธิภาพและไม่ยั่งยืน
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อฉลประกันภัย
การกระทำฉ้อฉลประกันภัยถือเป็นความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (ฉ้อโกง) และมาตรา 342 (ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น หรืออาศัยความอ่อนแอทางร่างกายจิตใจ หรือทำต่อผู้ที่ดูแลทรัพย์สินของผู้อื่น) โดยผู้กระทำความผิดอาจต้องรับโทษจำคุกและปรับ ขึ้นอยู่กับลักษณะและความร้ายแรงของการกระทำ นอกจากนี้ยังอาจมีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยโดยเฉพาะอีกด้วย
พบเจอการฉ้อฉลประกันภัย ควรทำอย่างไร?
หากคุณพบเห็นหรือเป็นผู้เสียหายจากการฉ้อฉลประกันภัย ไม่ควรนิ่งเฉย การแจ้งเบาะแสหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อปกป้องสิทธิ์ของคุณและรักษาระบบประกันภัยให้โปร่งใสและเป็นธรรม
สำนักงานกฎหมาย พี แอนด์ แอสโซซิเอท ลอว์เยอร์ (P&Associate Lawyer) หรือ “ทนายตั้ม” มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านคดีประกันภัยและอุบัติเหตุทางรถยนต์มายาวนานกว่า 20 ปี เราพร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการทางกฎหมายในการตรวจสอบ ป้องกัน และต่อสู้กับการฉ้อฉลประกันภัย เพื่อให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เอาประกันภัยที่ถูกกระทำ หรือบริษัทประกันที่ต้องการจัดการกับปัญหาการฉ้อฉล อย่ารอช้า ติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำจากทีมทนายความผู้เชี่ยวชาญได้ทันที
ติดต่อเรา
22/10 หมู่ที่ 3 ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กทม.10170

