เกิดอุบัติเหตุแต่รถไม่มี พรบ. ผิดกฎหมายข้อไหน? เบิกค่ารักษาได้หรือไม่?
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “พรบ.” คือประกันภัยภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมี เพื่อเป็นหลักประกันและคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้ประสบภัยจากรถยนต์ แต่หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน รถของคุณประสบอุบัติเหตุโดยไม่มี พรบ. จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? คุณจะมีความผิดตามกฎหมายข้อไหน และจะมีสิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลหรือไม่? บทความนี้จากสำนักงานกฎหมาย พี แอนด์ แอสโซซิเอท ลอว์เยอร์ (ทนายตั้ม) จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงผลกระทบและแนวทางปฏิบัติ
รถไม่มี พรบ. ผิดกฎหมายข้อไหน?
การที่รถไม่มี พรบ. ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มาตรา 7 และมาตรา 37 ซึ่งมีผลกระทบดังนี้:
- ความผิดตามกฎหมาย: เจ้าของรถที่ไม่มี พรบ. จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ผู้ใช้รถที่ไม่มี พรบ.: หากผู้ขับขี่ไม่ใช่เจ้าของรถ แต่ขับรถที่ไม่มี พรบ. ก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาทเช่นกัน
- ผลกระทบต่อการต่อภาษีรถประจำปี: รถที่ไม่มี พรบ. จะไม่สามารถต่อภาษีรถประจำปีได้ ทำให้รถคันดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้งานบนท้องถนนได้โดยชอบด้วยกฎหมาย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
เกิดอุบัติเหตุแต่รถไม่มี พรบ. จะเบิกค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่?
นี่คือคำถามสำคัญที่หลายคนกังวลใจ ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ในฐานะใด:
กรณีผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถที่ไม่มี พรบ.
- หากเป็นฝ่ายผิดและไม่มี พรบ. ของตนเอง: ผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่บาดเจ็บจากรถที่ไม่มี พรบ. ของตนเองและเป็นฝ่ายที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ จะไม่มีสิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลจาก พรบ. ของตนเอง เนื่องจากไม่มี พรบ. คุ้มครอง คุณจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยตนเอง
- หากเป็นฝ่ายถูกแต่รถไม่มี พรบ. ของตนเอง: แม้ว่าจะเป็นฝ่ายถูก แต่หากรถของคุณไม่มี พรบ. คุณยังคงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของตนเองในเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม คุณมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายรวมถึงค่ารักษาพยาบาลจาก พรบ. หรือประกันภัยภาคสมัครใจของคู่กรณีที่เป็นฝ่ายผิดได้
- ทางเลือกอื่น: หากคุณมีประกันสุขภาพส่วนบุคคล ประกันสังคม หรือสวัสดิการอื่น ๆ คุณยังคงสามารถใช้สิทธิ์เหล่านั้นในการเบิกค่ารักษาพยาบาลได้
กรณีผู้ประสบภัยจากรถคันอื่น หรือคนเดินเท้า
ผู้ประสบภัยที่ได้รับบาดเจ็บจากรถที่ไม่มี พรบ. ของตนเอง แต่ถูกรถที่ไม่มี พรบ. อีกคันชน หรือเป็นคนเดินเท้า:
- สิทธิ์ในการเบิกค่ารักษาจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย: ผู้ประสบภัย (ทั้งฝ่ายถูกและฝ่ายผิด) รวมถึงคนเดินเท้าที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยจากรถที่ไม่มี พรบ. ยังคงมีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองเบื้องต้นจาก กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด เช่น ค่ารักษาพยาบาลสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท และค่าเสียหายกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวรไม่เกิน 35,000 บาท
- การเรียกคืนเงินจากเจ้าของรถ: หลังจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจ่ายเงินค่าเสียหายเบื้องต้นไปแล้ว กองทุนฯ จะไปไล่เบี้ยเรียกคืนเงินจากเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถที่ไม่มี พรบ. ซึ่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุนั้น
ผลกระทบอื่นๆ ที่อาจตามมา
นอกเหนือจากความผิดทางกฎหมายและปัญหาเรื่องค่ารักษาพยาบาล การไม่มี พรบ. ยังอาจนำมาซึ่งผลกระทบอื่นๆ อีก:
- ความรับผิดทางแพ่ง: หากเป็นฝ่ายผิดและทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าของรถจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น รวมถึงค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดรายได้ ค่าปลงศพ และค่าเสียหายอื่นๆ ด้วยตนเองทั้งหมด ซึ่งอาจเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก
- การยุ่งยากทางกฎหมาย: การต้องดำเนินการเรื่องคดีความและชดเชยค่าเสียหายด้วยตนเองจะมีความยุ่งยากและซับซ้อนอย่างมาก
ทนายตั้ม ช่วยคุณได้อย่างไร?
ที่สำนักงานกฎหมาย พี แอนด์ แอสโซซิเอท ลอว์เยอร์ นำโดยทนายตั้ม (คุณพีระวัฒน์ กิจถาวรอาชีพ) เรามีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านคดีประกันภัยและอุบัติเหตุทางรถยนต์ ด้วยประสบการณ์ในแวดวงประกันภัยกว่า 20 ปี เราพร้อมให้บริการ:
- ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสิทธิ์และการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
- ช่วยดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณีหรือกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย
- เป็นตัวแทนเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
- รับว่าความคดีแพ่งที่เกี่ยวข้องกับการชดใช้ค่าเสียหาย
อย่าปล่อยให้ความไม่รู้ทำให้คุณเสียเปรียบ หากคุณประสบปัญหาเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์และ พรบ. โปรดติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและแนวทางแก้ไขที่ดีที่สุด
ติดต่อเรา
22/10 หมู่ที่ 3 ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กทม.10170
