พ.ร.บ. ย่อมาจาก พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คือประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับที่ถูกบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดให้เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถทุกคันต้องทำ โดยวัตถุประสงค์หลักของการทำ พ.ร.บ. คือ เพื่อคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร คนเดินเท้า หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุนั้นๆ ต่อไป เรามาทำความรู้จักับ พ.ร.บ.กัน >> ความคุ้มครองตาม พ.ร.บ [ปรับเพิ่มความคุ้มครองประกันภัย พ.ร.บ. เกิดอุบัติเหตุจากรถ ตั้งแต่ 1 เมษายน 2563] ผู้ประสบภัยจากรถ จะได้รับความคุ้มครอง หากได้รับความเสียหาย แก่ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ซึ่งผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันต้องรับผิดตามกฎหมายดังนี้: ค่าเสียหายเบื้องต้น บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถ ที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่บริษัทได้รับคำร้องขอ โดยไม่รอการพิสูจน์ความรับผิด ดังนี้ หมายเหตุ :กรณี ผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกัน จะได้รับความคุ้มครอง ไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น การประกันภัย พ.ร.บ. ทำไม ผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัย ได้รับความคุ้มครอง […]
Author Archives: admin
ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance) คืออะไร ? เป็นการประกันภัยรถที่กฎหมายไม่ได้บังคับ ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้เอาประกันภัยว่าจะเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเองหรือไม่ เป็นการประกันภัยไว้กับบริษัทผู้รับประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองตามประเภทที่ผู้เอาประกันภัยประสงค์ โดยบริษัทประกันภัยจะออกกรมธรรม์ประกันภัยให้ไว้เป็นหลักฐานโดยมีความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นตามแบบที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจมีกี่แบบ ? ปัจจุบัน มีออกมาในหลายรูปแบบ แต่โดยหลักๆแล้ว สรุปคือแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ดังนี้ ประกันรถยนต์ ไม่คุ้มครองในกรณีอะไรบ้าง ?
ก่อนอื่นต้องแบ่งออกเป็น 2 กรณีก่อน เนื่องจากประกันรถยนต์นั้นมีทั้งภาคสมัครใจ (ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ชั้น 2+, ประกันรถยนต์ชั้น 3+) และภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถยนต์) ซึ่งในประกันรถยนต์แต่ละประเภทก็จะมีความคุ้มครองที่ต่างกันไป ดังนี้ เห็นไหมครับว่าเมาแล้วขับมีโทษอย่างไร นอกจากโทษเมาแล้วขับที่ต้องรับผิดชอบแล้ว คุณยังต้องเตรียมเงินสำหรับจ่ายค่าปรับจำนวนมากด้วย ดังนั้น หากรู้ว่ามีนัดสังสรรค์และต้องดื่มแอลกอฮอล์ แนะนำให้นั่งรถโดยสารสาธารณะเพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวคุณเอง ผู้ใช้ถนนร่วมและทรัพย์สิน อีกทั้งควรทำประกันรถยนต์ติดรถไว้เพื่อความอุ่นใจในการขับขี่ และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นได้อย่างครอบคลุม ทางที่ดี ขับขี่ปลอดภัย ดื่มแล้วไม่ขับรถ กันนะครับ



