ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถคืออะไร? ทำความเข้าใจสิทธิของคุณ
เมื่อรถที่คุณใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋งส่วนตัวหรือมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ต้องเข้าอู่ซ่อมจากการถูกคู่กรณีชน หรือจากอุบัติเหตุที่คุณไม่ได้เป็นฝ่ายผิด คุณมีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ค่าซ่อมรถเท่านั้น แต่ยังรวมถึง “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “ค่าเสียเวลา” ด้วย
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่คุณไม่สามารถใช้รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ของคุณได้ตามปกติในช่วงเวลาที่รถกำลังซ่อมอยู่ในอู่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทาง การทำมาหากิน หรือการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการต้องเช่ารถสำรอง ใช้บริการรถสาธารณะ หรือขาดโอกาสในการสร้างรายได้ ล้วนเข้าข่ายการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์นี้
กฎหมายกำหนดไว้ว่าอย่างไร?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และ 438 กำหนดให้ผู้ที่ทำละเมิดต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น โดยครอบคลุมถึงค่าเสียหายที่แท้จริงที่ผู้เสียหายได้รับ ซึ่งรวมถึงค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถด้วย อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ได้กำหนดอัตราตายตัวว่าต้องจ่ายวันละเท่าไร การพิจารณาอัตราค่าขาดประโยชน์ฯ จะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี เช่น ประเภทและขนาดของรถยนต์ ระยะเวลาในการซ่อมแซม การใช้งานรถยนต์ของผู้เสียหาย และความจำเป็นในการใช้รถ
อัตราการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ฯ สำหรับรถเก๋งและรถยนต์ทั่วไป
สำหรับรถเก๋งและรถยนต์ทั่วไป การกำหนดอัตราค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจะพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งขนาดเครื่องยนต์ รุ่นรถ และผลกระทบที่ผู้เสียหายได้รับจากการที่รถเข้าอู่ซ่อม โดยปกติแล้ว บริษัทประกันภัยของคู่กรณีหรือศาลจะพิจารณาจากอัตราค่าเช่ารถยนต์ในท้องตลาดสำหรับรถยนต์ประเภทเดียวกัน หรือพิจารณาจากค่าใช้จ่ายที่ผู้เสียหายต้องเสียไปกับการเดินทางทางเลือก
- รถยนต์ขนาดเล็ก (เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี) เช่น Honda City, Toyota Yaris, Mazda 2: อัตราเฉลี่ยประมาณ 300 – 500 บาทต่อวัน
- รถยนต์ขนาดกลาง (เครื่องยนต์ 1,500 – 2,000 ซีซี) เช่น Honda Civic, Toyota Corolla Altis, Mazda 3: อัตราเฉลี่ยประมาณ 500 – 700 บาทต่อวัน
- รถยนต์ขนาดใหญ่ (เครื่องยนต์ 2,000 ซีซีขึ้นไป) รถกระบะ รถ SUV เช่น Toyota Camry, Honda Accord, Toyota Fortuner, Isuzu D-Max: อัตราเฉลี่ยประมาณ 700 – 1,500 บาทต่อวัน หรืออาจสูงกว่านั้นสำหรับรถหรู
(***หมายเหตุ: อัตราเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างและค่าเฉลี่ยที่มักใช้ในการเจรจาหรือพิจารณาคดี ไม่ใช่อัตราที่กฎหมายกำหนดตายตัว)
มอเตอร์ไซค์เรียกค่าเสียเวลาได้ต่างจากรถเก๋งไหม?
แน่นอนว่าการเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถสำหรับมอเตอร์ไซค์ก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้เช่นกัน แต่เนื่องจากลักษณะการใช้งานและอัตราค่าเช่าที่แตกต่างกัน อัตราค่าขาดประโยชน์ฯ สำหรับมอเตอร์ไซค์จึงอาจแตกต่างจากรถยนต์ โดยทั่วไปแล้วมักจะมีอัตราที่ต่ำกว่ารถยนต์
- มอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก (ไม่เกิน 150 ซีซี) เช่น Honda Wave, Yamaha Fino: อัตราเฉลี่ยประมาณ 100 – 200 บาทต่อวัน
- มอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง-ใหญ่ (Big Bike หรือตั้งแต่ 150 ซีซีขึ้นไป): อัตราเฉลี่ยประมาณ 200 – 500 บาทต่อวัน
เช่นเดียวกับรถยนต์ อัตราเหล่านี้เป็นเพียงค่าประมาณการจากแนวปฏิบัติ ไม่ได้เป็นอัตราที่กฎหมายกำหนดตายตัว ผู้เสียหายจะต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงความเสียหายที่แท้จริงที่เกิดขึ้น
เอกสารและหลักฐานที่ต้องเตรียมในการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ฯ
การเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถให้ประสบความสำเร็จ คุณจำเป็นต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนและครบถ้วน ดังนี้
- สำเนาใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี
- สำเนาใบเคลมประกันภัย
- สำเนาตารางกรมธรรม์ประกันภัยของรถคุณและคู่กรณี (ถ้ามี)
- สำเนาใบขับขี่และสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ
- สำเนาทะเบียนรถยนต์/มอเตอร์ไซค์
- ใบรับรถเข้าซ่อมจากอู่ซ่อมรถ ที่ระบุวันเวลาที่รถเข้าซ่อมและวันที่คาดว่าจะแล้วเสร็จ
- ใบส่งมอบรถจากอู่ซ่อมรถ ที่ระบุวันเวลาที่รถซ่อมเสร็จและส่งมอบคืน
- หลักฐานแสดงความจำเป็นในการใช้รถ (เช่น ใบรับรองการทำงานที่ต้องใช้รถ, ใบงาน, ตารางนัดหมาย)
- หลักฐานค่าใช้จ่ายในการเดินทางทางเลือก (เช่น ใบเสร็จค่าแท็กซี่, Grab, ค่าเช่ารถสำรอง)
- หนังสือเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ (หากมีการร่างขึ้นเอง)
ทิปส์สำคัญในการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ฯ ให้ได้ตามสิทธิ
- เก็บหลักฐานให้ครบถ้วน: ทุกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมและการเดินทาง ควรเก็บไว้ให้ดี
- เจรจากับบริษัทประกัน: เริ่มต้นด้วยการเจรจากับบริษัทประกันภัยของคู่กรณี
- ยืนยันสิทธิของคุณ: หากบริษัทประกันเสนออัตราที่ต่ำกว่าความเป็นจริง คุณมีสิทธิที่จะไม่ยอมรับและเจรจาต่อรอง
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากการเจรจาไม่เป็นผล หรือคุณไม่แน่ใจในสิทธิของตนเอง การปรึกษาทนายความที่มีความเชี่ยวชาญด้านคดีประกันภัยและอุบัติเหตุรถยนต์จะช่วยให้คุณได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด
สำนักงานกฎหมาย พี แอนด์ แอสโซซิเอท ลอว์เยอร์ (P&Associate Lawyer) โดยทนายตั้ม มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านคดีประกันภัยและอุบัติเหตุทางรถยนต์ พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน รวมถึงค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ให้คุณได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดตามกฎหมาย
