ค่าเสียหายทางจิตใจ สามารถเรียกร้องได้ไหม? ไขข้อสงสัยโดยทนายตั้ม
เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์หรือเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความสูญเสียที่กระทบกระเทือนต่อชีวิต หลายคนมักจะนึกถึงเพียงการเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลหรือค่าซ่อมแซมทรัพย์สิน แต่บาดแผลที่มองไม่เห็นอย่าง ค่าเสียหายทางจิตใจ ก็เป็นสิ่งที่ผู้เสียหายหลายท่านตั้งคำถามว่า ตามกฎหมายไทยแล้ว เราสามารถเรียกร้องค่าชดเชยในส่วนนี้จากคู่กรณีหรือบริษัทประกันภัยได้หรือไม่?
ค่าเสียหายทางจิตใจ คืออะไร?
ค่าเสียหายทางจิตใจ (Mental Anguish หรือ Emotional Distress) คือ ความเจ็บปวดรวดร้าว ความหวาดผวา ความซึมเศร้า หรือความกระทบกระเทือนทางสภาพจิตใจอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ละเมิด เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ร้ายแรงจนทำให้บาดเจ็บสาหัส สูญเสียอวัยวะ หรือการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
กฎหมายไทยรองรับการเรียกร้องค่าเสียหายทางจิตใจหรือไม่?
คำตอบคือ สามารถเรียกร้องได้ โดยอ้างอิงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446 ที่ได้วางหลักไว้ว่า ในกรณีทำให้เขาเสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัยก็ดี ในกรณีทำให้เขาเสียเสรีภาพก็ดี ผู้ต้องเสียหายจะเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันมิใช่ตัวเงินด้วยก็ได้ ซึ่งความเสียหายอันมิใช่ตัวเงินนี้ ศาลไทยได้ตีความให้ครอบคลุมถึงความทุกข์ทรมานและค่าเสียหายทางจิตใจนั่นเอง
กรณีอุบัติเหตุทางรถยนต์และการสู้คดีกับบริษัทประกันภัย
แม้กฎหมายจะเปิดช่องให้ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องได้ แต่ในทางปฏิบัติ การเรียกร้องค่าเสียหายทางจิตใจจากบริษัทประกันภัยนั้นมักเต็มไปด้วยอุปสรรค บริษัทประกันภัยมักจะโต้แย้ง บ่ายเบี่ยง หรือพยายามประเมินจ่ายในอัตราที่ต่ำที่สุด ดังนั้น ผู้เสียหายจึงจำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม ดังนี้:
- ใบรับรองแพทย์และประวัติการรักษา: ต้องมีการวินิจฉัยจากจิตแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ยืนยันว่าคุณมีภาวะกระทบกระเทือนทางจิตใจ (เช่น ภาวะ PTSD, โรคซึมเศร้า, อาการหวาดผวา) ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากเหตุการณ์ละเมิดนั้น
- หลักฐานผลกระทบต่อการใช้ชีวิต: เช่น เอกสารรับรองการหยุดงาน การเสื่อมเสียความสามารถในการประกอบอาชีพ หรือพยานบุคคลที่ยืนยันว่าสภาพจิตใจของคุณเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน
- การร้องเรียนผ่าน คปภ.: หากบริษัทประกันภัยปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมที่ไม่เป็นธรรม คุณสามารถนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการร้องเรียนผ่านสำนักงาน คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) เพื่อให้เจ้าพนักงานช่วยไกล่เกลี่ยได้
ทำไมถึงควรปรึกษาสำนักงานกฎหมายทนายตั้ม (คุณพีระวัฒน์ กิจถาวรอาชีพ)?
การประเมินและการเรียกร้องค่าเสียหายทางจิตใจ เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อกฎหมายอย่างเป็นระบบและการเจรจาต่อรองที่เฉียบขาด สำนักงานกฎหมายทนายตั้ม (คุณพีระวัฒน์ กิจถาวรอาชีพ) มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี โดดเด่นอย่างยิ่งในคดีข้อพิพาทกับบริษัทประกันภัยและการฟ้องร้องคดีอุบัติเหตุทางรถยนต์ทุกรูปแบบ
เราพร้อมให้บริการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเป็นที่ปรึกษา การระงับข้อพิพาทและการเจรจาไกล่เกลี่ย การร้องเรียนผ่าน คปภ. ไปจนถึงการว่าความในชั้นศาลทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา เพื่อปกป้องผลประโยชน์และคืนความยุติธรรมให้แก่ลูกความด้วยความซื่อสัตย์ ชัดเจน และโปร่งใส หากคุณกำลังเผชิญกับความบอบช้ำทางจิตใจและต้องการเรียกร้องสิทธิที่ควรได้รับ สามารถติดต่อปรึกษาเราได้ทันที
ติดต่อเรา
22/10 หมู่ที่ 3 ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กทม.10170
